หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
(หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562)

ชื่อหลักสูตร
     ภาษาไทย:  หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต 
     ภาษาอังกฤษ:  Doctor of  Dental Surgery Program

ชื่อปริญญาและสาขาวิชา
     ชื่อเต็ม (ไทย):  ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต
     ชื่อย่อ (ไทย):  ท.บ.
     ชื่อเต็ม (อังกฤษ):  Doctor of  Dental Surgery
     ชื่อย่อ (อังกฤษ):  D.D.S.

วิชาเอกของหลักสูตร/แขนงวิชา
     -

จุดเด่นของหลักสูตร     
     ทันตแพทย์ มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชน โรคในช่องปากที่พบบ่อยในประชากรไทย ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคปริทันต์ โดยภาวะโรคทั้งสองก่อให้เกิดความเจ็บปวด และสูญเสียฟัน  ซึ่งนำไปสู่การรักษาทางทันตกรรม นำไปสู่การสูญเสียเวลา และความเสียหายต่อร่างกายของผู้ป่วย ปัจจุบันวิทยาการการรักษา มีความก้าวหน้า ทั้งด้านวัสดุ เทคโนโลยี และวิทยาการ การเตรียมบุคลากรให้พร้อม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด 
หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มุ่งมั่นที่จะสร้างบัณฑิตทันตแพทย์ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ยึดหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ มีความรู้ดีในวิชาชีพและวิชาที่เกี่ยวข้อง รู้จักเรียนรู้และปรับปรุงตนเองให้รู้เท่าทันสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ของโลก คิดอย่างมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในวิชาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

อาชีพที่ประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

  1. ทันตแพทย์ในระบบราชการ
  2. อาจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
  3. ทันตแพทย์ในโรงพยาบาลและคลินิกเอกชน
  4. ที่ปรึกษาบริษัทผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม
  5. ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับด้านทันตกรรม

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
     มีคุณสมบัติตามประกาศมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ว่าด้วยการคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนิสิต

  1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะเข้ารับราชการได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน)
  2. ก่อนเข้าศึกษาต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2543 คือ เป็นสัญญาที่กำหนดหน้าที่ของผู้รับทุนที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาการจัดสรรฯ โดยต้องทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับ มหาวิทยาลัย แต่ไม่ผูกพันให้ส่วนราชการต้องบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ หรือพนักงานในหน่วยงานของรัฐ
  3. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ และจะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ และปราศจากโรค อาการ ของโรคหรือความพิการที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังนี้
         3.1 มีความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการปฏิบัติงาน
         3.2 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรง ได้แก่ โรคจิต (psychosis) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis) หรือโรคบุคลิกภาพ แปรปรวน โดยเฉพาะ antisocial personality หรือ borderline personality รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรค ต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
         3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง
         3.4 โรคไม่ติดต่อ หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบอาชีพทันตกรรม

         - โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ( โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้
         - โรคหัวใจระดับรุนแรง จนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการประกอบวิชาชีพ โรคภาวะความดันเลือดรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร     
         - ภาวะไตวายเรื้อรัง
         - โรคติดสารเสพติดให้โทษ

          3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง
          3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
               
- สายตาไม่ปกติ เมื่อรักษาโดยใช้แว่นสายตาแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง
               
- สายตาข้างที่ดีต่ำกว่า G/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว
               
- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ

         3.7 หูหนวก หรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาทและการได้ยิน 
(sensor neural hearing loss) ถ้าได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น
        
3.8 โรค หรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ที่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์อาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคตรวจบางรายเพิ่มเติมได้

ติดต่อสอบถาม

คณะทันตแพทยศาสตร์
โทรศัพท์ 0-2649-5000 ต่อ 15170
http://dent.swu.ac.th/